รถรับจ้าง เทคนิค การใช้รถเกียร์ธรรมดา

รถรับจ้าง เทคนิค การใช้รถเกียร์ธรรมดา การขับรถยนต์เกียร์ธรรมดา ด้วยคำแนะนำดี ๆ ข้อ ในการขับรถยนต์เกียร์ธรรมดา มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง?

1. เมื่อเปลี่ยนเกียร์ทุกครั้ง ต้องเหยียบคลัตช์ให้สุด

2. อย่าผลักคันเกียร์เร็วเกินไป ควรเว้นช่วงเวลาให้ฟันเฟืองของเกียร์ขบกันได้ในจังหวะที่เหมาะสมก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกียร์เสียดสีกัน

3. ต้องออกรถด้วยเกียร์ 1 เสมอ เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปด้วยความนิ่มนวลโดยไม่ทำให้คลัชต์ลื่น

4. ก่อนจะเปลี่ยนเข้าเกียร์ถอยหลังทุกครั้ง ควรเปลี่ยนในขณะที่รถหยุดสนิทนิ่งเสียก่อน

5. อย่าขับรถลงทางลาดชันโดยใช้เกียร์ว่างโดยเด็ดขาด เพราะจะไม่มีกำลังเครื่องยนต์ช่วยเบรก ทำให้การควบคุมบังคับรถเป็นไปได้ยาก ซึ่งอันตรายมาก ในกรณีนี้ควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อช่วยชะลอความเร็วด้วยแรงฉุดของเครื่องยนต์

6. เกียร์ 5 ถูกออกแบบมาเพื่อลดรอบของเครื่องยนต์ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันและลดการสึกหรอของเครื่องยนต์แต่ควรพึงระวังอย่าใช้เกียร์ 5 ในการลากจูง

7. การใช้เกียร์สูงที่ความเร็วรอบต่ำเกินไป จะทำให้เครื่องยนต์เกิดการน็อกได้ซึ่งมีผลเสียต่อก้านสูบและลูกสูบ

8. ควรเลือกใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วรถและความเร็วรอบเครื่องยนต์

9. หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนเกียร์ในที่รถยนต์กำลังเข้าโค้ง เพราะว่าหากเปลี่ยนเกียร์ไม่นุ่มนวลอาจทำให้เกิดอาการท้ายรถปัดได้ เพราะฉะนั้น หากไม่แน่ใจว่าโค้งนั้น ๆ ควรใช้คามเร็วเท่าใด ให้ใช้ความเร็วต่ำไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย

มารู้จัก EBD หรือ ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก

จะนำระบบ EBD (Electronic Brake force Distribution) หรือ ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกมาให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักและทราบถึงข้อดี และการทำงานของระบบ EBD กัน

ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก หรือ EBD (Electronic Brake force Distribution) นั้นจะคอยปรับความสมดุลของแรงเบรกที่ล้อหน้าและล้อหลังให้เท่ากัน โดยหลักการทำงานจะประกอบด้วยชิ้นส่วนหลักคือ เซ็นเซอร์ที่ใช้วัดความเร็วที่ล้อหน้าและล้อหลัง และชุดวาล์วควบคุมแรงดันระบบไฮดรอลิก ปิดท้ายด้วยกล่องสมองกลคอมพิวเตอร์

สำหรับรถที่ไม่มีทั้งระบบเบรก ABS และระบบ EBD เวลาเหยียบเบรก น้ำหนักรถส่วนใหญ่จะถูกเทมาที่ด้านหน้า จึงทำให้เกิดอาการรถหน้าทิ่มและท้ายรถยก ยิ่งถ้ารถเราบรรทุกของมากในบริเวณด้านหลัง อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง ทำให้เราควบคุมรถได้ลำบากมากขึ้น ถึงแม้ว่าในปัจจุบันรถกระบะบางรุ่นจะมีระบบวาล์ว LSPV ที่จะคอยช่วยปรับแรงดันของเบรกให้สมดุลกับสภาพการบรรทุก แต่วาล์วนี้ก็ยังไม่ดีเท่ากับระบบ EBD ที่ใช้กล่องคอมพิวเตอร์สมองกลควบคุมการทำงาน โดยจะอาศัยเซ็นเซอร์รับข้อมูลมาประมวลผล ก่อนที่จะสั่งระบบให้ทำงาน ถึงแม้รถบางคันจะมีระบบเบรก ABS ซึ่งช่วยในการป้องกันล้อล็อคอยู่แล้ว แต่ถ้ามีระบบ EBD มาช่วยเสริมด้วยแล้ว เราก็จะสามารถควบคุมรถเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ง่ายขึ้น และ EBD ยังช่วยทำให้ระยะเบรกสั้นลงอีกด้วย

การกระจายแรงเบรกของล้อหน้าและล้อหลัง (EBD) นั้นจะทำงานอัตโนมัติทันทีเมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรก โดยกล่องสมองกลจะนำค่าความต่างของความเร็วที่ล้อหน้าและล้อหลัง ขณะที่ผู้ขับขี่เหยียบเบรกมาคำนวนเพื่อหาปริมาณ ซึ่งจะไม่ทำให้เบรกที่ล้อหลังล็อคจนเกิดอาการท้ายปัด โดยเฉพาะเวลาที่เราบรรทุกสัมภาระหรือผู้โดยสารจำนวนมาก นำหนักส่วนใหญ่จะลงที่ล้อหลัง ทำให้เบรกหลังต้องรับภาระมากขึ้นกว่าปกติ

การกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง น้ำหนักจะเทไปยังด้านนอกมากกว่าด้านใน ระบบ EBD จะช่วยแปรผันแรงดันน้ำมันเบรกส่งไปยังล้อด้านในให้เกิดความสมดุล ระบบ EBD จึงช่วยควบคุมรถให้ผู้ขับขี่เข้าโค้งได้ดีขึ้น แม้จะมีการเบรกขณะเข้าโค้งก็ตาม