ศาลเสนอทางเลือก ขออยู่ก่อน 10 ปี ชี้ ผู้พิพากษาต้องทำงาน อาจกระทบคดี

ศาลเสนอทางเลือก ขออยู่ก่อน 10 ปี พร้อมฟื้นฟูพื้นที่ไปพร้อมกัน ชี้ ผู้พิพากษาต้องทำงาน อาจกระทบคดี มีหลายคดีที่ต้องพิพากษา ถ้าไม่มีที่พักจะเป็นเรื่องใหญ่

จากกรณีข่าวการสร้างบ้านพักตุลาการเชียงใหม่ นั้น หลาย ๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการบุกรุกป่าไม้ อีกทั้งยังใช้งบประมาณมหาศาล ซึ่งเรื่องนี้ก็มีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงในหลาย ๆ ประเด็น และหนึ่งในข้อเรียกร้องที่เกิดจากกระแสสังคมนั่นก็คือการแนะนำให้ “รื้อทิ้ง” แต่ทั้งนี้ ศาลมีมติไม่รื้อ เพราะไม่มีอำนาจ และอาจถูกคู่สัญญาฟ้อง [อ่านข่าว : ศาลยุติธรรม มีมติไม่รื้อบ้านพักตุลาการ ดอยสุเทพ ชี้ไม่มีอำนาจ หวั่นถูกคู่สัญญาฟ้อง]

บ้านพักตุลาการ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 23 เมษายน 2561 นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา อดีตประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ระบุว่า ไม่ว่าท้ายที่สุดผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องมีการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้คืนสู่สภาพเดิมให้เร็วและดีที่สุด ไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไรก็ไม่ขัดข้อง

นายชำนาญ บอกอีกว่า อีกไม่นานจะมีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น และมีคดีเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องมีการฟ้องร้องคดีกันที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 หากผู้พิพากษาไม่มีที่พัก อาจเกิดปัญหาในการพิจารณาคดีที่ต้องรับผิดชอบ จึงอยากให้มองถึงการอำนวยความสะดวกให้ผู้พิพากษา

ทั้งนี้ ขอเสนอให้มีการใช้บ้านพักไปก่อน 10 ปี พร้อมพัฒนาปรับปรุงและพื้นฟูสภาพป่า จึงค่อยพิจารณา น่าจะเป็นทางออกอีกทางหนึ่งที่ดีกว่าการรื้อถอน ส่วนกรณีที่ผ่านมาอาจจะมีผู้กล่าวพาดพิงศาลในเชิงดูหมิ่นนั้น ศาลจะไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายแน่นอน เพราะต้องการหาทางออกอย่างสันติวิธี

ขอบคุณข้อมูล จาก kapook.com